มาเลเซียรอความชัดเจนทางการเมืองหลังไม่มีครม.

มาเลเซียตกอยู่ในความไม่แน่นอน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติรอความชัดเจนทางการเมือง หลังจากนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดถวายหนังสือลาออกต่อสมเด็จพระราชาธิบดีเมื่อวานนี้ โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อประชาชน ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการที่บริหารประเทศโดยไม่มีคณะรัฐมนตรี

มหาเธร์วัย 94 ปีทวีตข้อความพร้อมภาพในห้องทำงานเมื่อใกล้เที่ยงวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า วันทำงานอีกหนึ่งวัน ศ.กิตติคุณชาด ซาลีม ฟารูกี ผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญมาเลเซียอธิบายว่า คณะรัฐมนตรีจะถูกยุบโดยอัตโนมัติเมื่อนายกรัฐมนตรีลาอออก อันเป็นไปตามจารีตรัฐธรรมนูญเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน ขณะที่นายทอมมี โธมัส อัยการสูงสุดอธิบายว่า สำนักนายกรัฐมนตรีรักษาการจะไม่ถูกจำกัดโดยกรอบเวลา นายกรัฐมนตรีรักษาการสามารถเลือกได้ว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หรือไม่ ด้านนายจันทรา มูซาฟฟาร์ นักรัฐศาสตร์มุสลิมชี้ว่า มาเลเซียไม่เคยเกิดภาวะสุญญากาศเช่นนี้มาก่อน โชคดีที่มาเลเซียยึดมั่นตามบรรทัดฐานรัฐธรรมนูญและกระบวนการประชาธิปไตยมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงเกิดเหตุรุนแรงนองเลือดเหมือนประเทศเพื่อนบ้านได้ ขณะที่อับดุล ฮามิด บาดอร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซียเผยว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังเรียบร้อยดีอยู่

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมาเลเซียเกิดขึ้นหลังจากมหาเธร์จับมือกับนายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตอริทางการเมือง โค่นรัฐบาลผสมของนายนาจิบ ราซักในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2561 รัฐบาลผสมปากาตันฮาราปันหรือพันธมิตรแห่งความหวังของเขารับปากจะกระตุ้นเศรษฐกิจและกวาดล้างทุจริต แต่เกิดรอยร้าวภายในเพราะกลุ่มสนับสนุนอันวาร์กดดันให้มหาเธร์กำหนดเวลาให้ชัดเจนเรื่องส่งมอบตำแหน่งให้นายอันวาร์ก่อนครบวาระ 5 ปี นักวิเคราะห์ชี้ว่า รอยร้าวนี้เกิดขึ้นเพราะพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 4 พรรคประกอบด้วยพรรคเบอร์ซาตูของมหาเธร์ พรรคพีเคอาร์ (PKR) ของอันวาร์ พรรคดีเอพี (DAP) ของคนเชื้อสายจีน และพรรคเนชันนัลทรัสต์ สายศาสนาอิสลาม ไม่มีความไว้วางใจกันตั้งแต่ต้น แต่มารวมกันเพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือกำจัดนาจิบเท่านั้น นอกจากนี้รอยร้าวระหว่างมหาเธร์กับอันวาร์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย มหาเธร์ ผู้ผูกขาดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2524-2546 เคยปลดอันวาร์ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรีในปี 2541 แล้วจำคุกเขาถึงสองครั้งในข้อหามีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก