อินโดนีเซียเสนอให้เก็บภาษีเครื่องดื่มรสหวาน รถยนต์ก่อมลภาวะ และพลาสติก

อินโดนีเซียเสนอให้เก็บภาษีกับเครื่องดื่มที่มีรสหวาน พาหนะที่ปล่อยก๊าซาร์บอนไดออกไซด์ และถุงพลาสติก เพื่อควบคุมการบริโภค

นางศรี มุลยานี อินทราวตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียเสนอให้เก็บภาษีกับเครื่องดื่มที่มีรสหวาน พาหนะที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และถุงพลาสติก เพื่อควบคุมการบริโภค โดยเสนอให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิต ตั้งแต่ 1,500 – 2,500 รูเปียห์ต่อลิตร หรือประมาณ 3.24 – 5.50 บาทต่อลิตร สำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำตาลเทียม เช่น ชาบรรจุขวด กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียยังได้เสนอให้เก็บภาษีสรรพสามิตถุงพลาสติก ใบละ 200 รูเปียห์ หรือประมาณ 50 สตางค์ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เธอเคยเสนอไปแล้วเมื่อปี 2560 แต่สภาไม่อนุมัติ กลับมาเสนออีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า การจัดเก็บภาษีแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกของอินโดนีเซียลงถึงครึ่งหนึ่ง จากที่ใช้ถุงพลาสติกถึงปีละ 53,533 ตัน

นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องการให้เก็บภาษีจากรถยนต์ใหม่ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมมลภาวะ โดยอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับการปล่อยก๊าซ แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งนี้ หากอินโดนีเซียบังคับใช้มาตรการทั้งหมดก็จะทำให้อินโดนีเซียมีรายได้เพิ่มขึ้น ปีละประมาณ 23.56 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 50,906 ล้านบาท